คู่มือการใช้งาน Bittorrent ตอนที่ 1 คำศัพท์ BitTorrent

คู่มือการใช้งาน Bittorrent ตอนที่ 1

=======================================

ผมไปเจอบทความดีๆจาก  zone-it  เลยขออนุญาตเอามาแบ่งปันครับ
ขอขอบคุณ http://www.zone-it.com/stocks/data/77/77143.html

บทความนี้ เป็นเพียงคำแนะนำ การใช้งาน Bittorrent ผู้เขียนไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการใช้โปรแกรมในทางที่ผิดกฏหมาย หรือการเสียหายต่อข้อมูลอันเกิดจากการใช้โปรแกรมต่างๆ ที่แนะนำ
ขั้นตอนต่างๆ ในส่วนนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ



- คำศัพท์ BitTorrent ตอนที่ 1 
- มารยาทการใช้ BitTorrent ตอนที่ 2
- มือใหม่ อยากโหลด torrent มั่ง ทำยังไง ตอนที่ 3
- ทำไมโหลดได้ช้า / ทำไมมันไม่ไปต่อ หยุดแค่ 90% ตอนที่ 4
- โหลดมาแล้วดูไม่ได้ / มีแต่ภาพ ไม่มีเสียง / มีแต่เสียง ไม่มีภาพ / ภาพเลอะๆ ตอนที่ 5
- มี CD หรือ DVD ต้นฉบับ อยากแบ่งให้เพื่อน ทำยังไง ตอนที่ 6
- ขั้นตอนการทำ Torrent ตอนที่ 7
- ขั้นตอนการโพส Torrent และ Seed ตอนที่ 8
- File ขนาดใหญ่มาก เอาลง CD ยังไง ในเมื่อไม่มี DVD Write ตอนที่ 9


===================== คำศัพท์ BitTorrent ==================

ตอนที่ 1 คำศัพท์ BitTorrent

สมัยก่อน ใครมี file ขนาดใหญ่ๆ เช่น mp3 หรือโปรแกรม ก็ต้องไปหาที่ upload กัน หรือซอยออกเป็นส่วนเล็กๆ ไปฝากไว้ตาม Host ต่างๆ วันดีคืนดีก็โดนลบ หรือไม่ก็โดนจำกัด bandwidth ทำให้โหลดไม่ได้อีก ซึ่งต้องอาศัย File ไปนอนไว้ ที่ Server เป็นหลัก ปัจจุบันก็ยังใช้วิธีนี้กันอยู่ เช่น FTP หรือฝากไว้ที่ You send it เป็นต้น

BitTorrent คือวิธีการแบ่ง file กันและกัน ส่งให้เพื่อน รับจากเพื่อน ในลักษณะของ P2P
(Peer to Peer) คือไม่จำเป็นต้องมี file นอนอยู่ที่ server เหมือนเมื่อก่อน
ผู้ใช้สามารถแชร์กันได้โดยตรง จากเครื่องสมศรี ไปที่เครื่องสมชายได้เลย โดยไม่มี server
ขั้นตอนนี้ สามารถลดภาระของ server ลงได้มาก server ไม่ต้องทำงานหนัก
ตัวที่จะทำงานหนักแทนคือ Tracker แต่ก็ไม่หนักเท่าตอนเป็น server งงไหม ??

Seeder คือผู้ที่แจก file เป็นคนแรก เพื่อส่งต่อให้คนอื่นๆ โดยทำเป็น torrent

Leecher คือผู้ดูด ถ้าดูดครบ 100% แล้วยังไม่ปิด ก็จะเลื่อนฐานะกลายเป็น Seeder คนต่อไปทันที

Torrent คือ file ตัวเล็กๆ ซึ่งบรรจุข้อมูล hash ของ file ที่จะแชร์

Peer คือจำนวนผู้ที่มีการติดต่อกันในขณะนั้น

Swamp คือจำนวน peer ทั้งหมด ที่ดูด torrent อยู่ในขณะนั้น

Tracker คือตัวกลาง ที่ทำหน้าที่บอกว่า file อยู่ตรงไหน ใครดูดไปเท่าไหร่ ใครส่งออกเท่าไหร่
ทำหน้าที่เหมือนโอปะเรเตอร์คอยต่อโทรศัพท์ ว่าสมศรีได้ส่วน 1 ไปแล้วนะ ให้ไปเอาส่วนที่ 3 จากสมตู้มนะ, สมระดูได้ส่วนที่ 8 ไปแล้วนะ ให้ไปเอาส่วนที่ 10 จากสมเสร็จนะ เช่นนี้เป็นต้น

Passkey คือรหัสประจำตัว เวลาไปโหลด torrent เราจะเห็นตรง tracker เป็นอักษรยาวๆ เยอะไปหมด
ตัวนี้จะเป็นตัวบอกว่า เราดูดเท่าไหร่ ปล่อยเท่าไหร่ เพื่อกำหนด ratio ของเรา
ป้องกันพวกดูดเสร็จแล้วหนี ต้องรักษาไว้ให้ดี

Ratio คือค่าอัตราส่วนการปล่อยและการดูด คุณดูดมาเท่าไหร่ ต้องปล่อยออกไปเท่านั้น

ลักษณะการปล่อยและดูดของ BitTorrent คือจะแบ่ง Seed ออกเป็นส่วนๆ แจกไปแต่ละคน
คนที่รับมา ก็จะรับมาเป็นส่วนๆ ไม่ต่อกัน ดังนั้น “จึงยังเปิดดูไม่ได้” ถ้าโหลดยังไม่เสร็จ 100%

เมื่อคนดูด ดูดมาจนครบ มันก็จะมาประกอบกันเป็น file สำเร็จรูปเอง
ซึ่งจะดีกว่าตอนที่ file นอนอยู่ที่ server ซึ่งคนโหลดจะต้องโหลดจาก 1.... ไปจน 100
แต่ BitTorrent จะเริ่มจากส่วนไหนก่อนก็ได้ ดูดจากคนนั้นนิด คนนี้หน่อย แล้วมาประกอบกัน
ยิ่งมี peer มาก ยิ่งเสร็จเร็วมาก เพราะไม่ต้องรอ server แจกตั้งแต่ 1 เช่น

- สมศรี มี File loveyou.avi มีขนาด 100 mb และได้ทำ torrent เอาไว้แล้วเพื่อแจก
สมศรีจึงเรียกตนเองว่า seeder เพราะเป็นคนปล่อยคนแรก มี file เต็มๆ นอนอยู่ในเครื่องตัวเอง
- โปรแกรมจะทำการแบ่ง Seed File ออกเป็น 10 ส่วน ส่งให้คนดูด 10 คน (สมมติ)
- สมชายได้รับ ส่วนที่ 1 มา
- สมตู้มได้รับส่วนที่ 5 มา
- สมเสร็จได้รับส่วนที่ 8 มา
- และอีกหลายๆ สมฯ ได้รับมาคนละส่วน
- เวลาผ่านไประยะหนึ่ง สมชาย ไม่จำเป็นต้องไปเอาส่วนที่ 2-3-4.... จากสมศรีอีก
สามารถไปเอาจาก สมตู้ม หรือสมเสร็จ หรือคนอื่นๆ ที่มีส่วนที่เหลืออยู่ มาประกอบกันก็ได้
ทำให้สมศรี ไม่ต้องคอยแจกตั้งแต่ 1-10 ให้แก่ทุกคนซ้ำๆ กัน ทำให้เสียเวลา และทำงานหนัก
ดังนั้น ถ้ามีคนดูดพร้อมๆ กันมากๆ ก็จะยิ่งเสร็จเร็ว และสมศรี สามารถ "ปิด" seed ได้เร็ว
หากโปรแกรมรายงานว่าได้ส่ง file ออกไปหมดแล้ว สมศรีก็ปิดได้ ปล่อยให้คนอื่นช้วย seed ต่อ
ดังนั้น จึงย้ำกันอยู่เสมอว่า ใครที่โหลดเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งปิด เพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ
ให้มาเอาส่วนที่ตนเองยังขาดอยู่ BitTorrent จึงเป็นสังคมแห่งการแบ่งปันกัน

ตราบใดที่มีคนปล่อย seed อยู่ torrent ก็จะไม่ตาย ถ้า seed ตายทั้ง swamp ก็จะตายหมด

โปรแกรม P2P ตัวแรกเจ้าปัญหาคือ Napster ซึ่งโดนยำไปจนเป็นขี้เถ้าปิดตัวไปแล้วจากการแลก mp3
ปัจจุบันมีโปรแกรมแบบ P2P หลายโปรแกรมมากมาย ต่างมีจุดดี จุดด้อย ต่างกันไป เช่น
- Kaaza หลังจากที่ต้นฉบับ มีคนบ่นว่า spyware แถมมา adware ติดมา จึงมีคนแยกไปทำ kaaza แบบแตกหน่อออกมาอีกหลาย version เช่น Kaaza lite resurrection เป็นต้น
- Edonkey เรียกกว่าว่าอิลาโง่
- Emule เรียกกันว่า อีมู มีข้อเสียคือ file โหลดนานมาก มี % เสียเยอะ ใช้เวลาโหลดนานมาก แต่ข้อดีคือมี peer เยอะ search หาได้ง่าย
- Exeem เรียกว่า อีซิ้ม ตัวนี้เกิดใหม่ ไม่เคยลอง
- IMesh อ่านว่า ไอ-เมส มั้ง เขาว่ามี spyware + adware เยอะเหมือนกัน


อ้างอิง
ขอขอบคุณ http://www.zone-it.com/stocks/data/77/77143.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น